? 5 Step สู่การเป็นเด็กซิ่วที่ประสบความสำเร็จ! ไม่มีซิ่วแล้วซิ่วอีก - Powered by PHPWind
ประยุกต์ใช้ โพสล่าสุด โพสสำคัญ เครื่องมือ สมาชิก สถิติฟอรั่ม ธนาคาร
หัวข้อ : 5 Step สู่การเป็นเด็กซิ่วที่ประสบความสำเร็จ! ไม่มีซิ่วแล้วซิ่วอีก
progame ออนไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 

5 Step สู่การเป็นเด็กซิ่วที่ประสบความสำเร็จ! ไม่มีซิ่วแล้วซิ่วอีก

กดแชร์ไปยังเฟซบุ๊คของตัวเองได้ที่นี่ >>>

          สวัสดีค่ะ มหกรรมสอบตลอด 1 เดือนเต็มของ Dek61 เพิ่งผ่านไปสดๆ ร้อนๆ แอบส่องกระทู้หนึ่งที่มีน้องมาตั้ง พี่เมก้าก็ถึงกับเข่าอ่อนเลยค่ะ สอบเสร็จยังไม่ทันรู้ผลคะแนน เตรียมจะซิ่วแล้ว O_O! อยากบอกว่าใจเย็นก่อน การซิ่วไม่ใช่เรื่องที่จะตัดสินใจได้ปุ๊บปั๊บทันทีนะคะ


 
          กว่าจะซิ่วติดแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและหยดน้ำตากันทั้งนั้น แต่!! การเป็นเด็กซิ่วที่มีความสุขกับการเรียนในสิ่งที่รัก ไม่ต้องซิ่วแล้วซิ่วอีก ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถค่ะ ตามไปดู 5 Step สู่การเป็นเด็กซิ่วที่ประสบความสำเร็จ กันเลย! 

Step 1 ตั้งโกลในใจ
          การตั้งโกลเหมือนจุดเริ่มต้นของความสำเร็จค่ะ มันดีตรงที่เราได้คิดทบทวนว่าสิ่งที่ต้องการจริงๆ คืออะไร พอตั้งโกลเสร็จปุ๊บเราก็จะได้วางแผน ควบคู่กับการสร้างแรงจูงใจทีละเล็กละน้อยเพื่อให้เกิดความมั่นใจกับสิ่งที่จะทำในที่สุด สำหรับน้องๆ เด็กซิ่วที่ยังไม่รู้ว่าจะเรียนอะไร ลองเริ่มต้นจากสิ่งที่สนใจก็ได้ค่ะ มีความรู้ด้านไหนที่เราอยากเรียนจริงๆ หรือต้องการพัฒนาสกิลไหนเป็นพิเศษ
     

          เด็กซิ่วมักจะเหนื่อยกับ Mindset ของคนรอบข้าง "ไม่เรียนหนังสือเหรอ? ซิ่วเพราะสอบไม่ติด? ไม่ฉลาดเลยจบช้ากว่าคนอื่น?" บั่นทอนกำลังใจกันสุดๆ แต่! ถ้าน้องๆ ตอบตัวเองได้ว่า "เป้าหมายคือซิ่วไปคณะ A เพื่อ..." คำเหล่านั้นจะไม่มีอิทธิพลกับเราอีกต่อไปค่ะ ปกติโกลที่รุ่นพี่เด็กซิ่วตั้งจะไม่มองเพียงแค่สอบติดคณะที่ใช่ แต่มองลึกไปถึงหลักสูตร และสิ่งที่จะต้องเจอตั้งแต่ ปี 1 ไปจนถึงทำงานด้วย เพราะต่อไปนี้น้องๆ จะต้องคลุกคลีตีวงอยู่กับสิ่งนั้นไปตลอด 4-6 ปีไง แล้วเวลาที่เราเคยมองว่าเสียไป มันจะกลายเป็นการลงทุนโอกาสที่ดีให้ชีวิต

Step 2 อ่านอย่างจริงจัง
          นึกคำนี้ไว้เสมอค่ะ "Make it hard - Make it happen" จงภูมิใจที่จะยอมรับความลำบากซะ! มีงานวิจัยออกมานะคะว่าถ้าเราเรียนอะไรง่ายๆ ความรู้นั้นมีโอกาสรั่วไหลออกนอกสมองได้ง่ายมาก เหมือนเข้ามาง่ายก็ลบออกไปได้ง่าย ตรงข้ามกับความรู้ยากๆ เพราะมันยากเลยต้องใช้ความพยายามกว่าจะเข้าใจจริงจัง มันจะคงอยู่กับเรายาวนานเป็น Long term memory ดังนั้น เวลาอ่านหนังสือ ต่อให้รู้สึกว่ามันยากแค่ไหน ก็ใช้เวลากับมันอย่างเต็มที่ค่ะ รุ่นพี่ที่ซิ่วสอบติดบอกว่าถ้ามีเวลาทั้งวัน บางคนอ่านวันละ 11 - 13 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ ผลลัพธ์ที่ได้คุ้มค่ามากค่ะ

Step 3 ค่อยเป็นค่อยไป


 
          เอ่า! เมื่อกี้บอกให้เต็มที่ ทำไมมากลับลำกันแบบนี้ นักวิ่งมาราธอนยังต้องพักเลยนะคะน้องๆ จริงจังกับหักโหมเป็นคนละเรื่องกัน โดยเฉพาะเด็กที่ซิ่วไปเรียนไป ไหนจะเรียนหนัก แล้วยังมีจังหวะโดนกดดันอีก แบ่งเวลาในการอ่านหนังสือค่ะ ทำ To-Do list แบบ 1 สัปดาห์ 1 เดือนขึ้นมาก็ได้ว่าจะอ่านหรือฝึกทำข้อสอบยังไง เริ่มจากวิชาที่ชอบก่อนก็เป็นกำลังใจที่ดี โดยอาจจะแบ่งอ่านสัก 30 - 50 นาทีต่อหัวข้อ แล้วพัก 10 นาที (ลองสังเกตดูว่าสมองของเรารับข้อมูลได้มากแค่ไหน) วิธีนี้จะทำให้เตรียมตัวสอบอย่างมีวินัยได้เรื่อยๆ ไม่หมดไฟในตอนท้าย

Step 4 ติดอาวุธให้ตัวเอง
          อย่าเป็นเด็กซิ่วมือเปล่าค่ะ ควรจะมีเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยให้การเตรียมสอบของเราเหนื่อยน้อยลง พี่เมก้าลองรวบรวมตัวอย่างมาให้น้องๆ ด้วย เริ่มจากการดูแลตัวเองกันก่อน เรื่องอาหารการกินเป็นสิ่งสำคัญค่ะ ระหว่างอ่านหนังสืออาจจะมีช่วงที่ท้องร้องหรือง่วงเหงาหาวนอนบ้าง ให้เลือกทานของว่างจำพวกโปรตีน เช่น นมถั่วเหลือง ไข่ต้ม แซนวิชไก่ฉีก ถั่วต่างๆ เพราะโปรตีนสำคัญต่อการสร้างเอนไซม์ที่ช่วยให้สมองทำงานดีขึ้น เราจะสดชื่นและผ่อนคลายขึ้นด้วย

          ส่วนอาวุธเตรียมสอบนั้น ลองใช้ปากกาหมึกเจลสีสันต่างๆ จดโน้ตดูค่ะ มีงานวิจัยบอกว่าการตั้งใจจดความรู้อย่างไหลลื่นนั้นจะไปเพิ่มระดับ Dopamine โปรตีนในสมองที่มีส่วนสำคัญในการเรียนรู้ และช่วยควบคุมความจำให้ทำงานได้ดี โดยโน้ตที่จดแนะนำให้สรุป และเช็กว่ามีส่วนที่เนื้อหาแต่ละบทเชื่อมโยงกันมั้ย นำมาอ่านทวนซ้ำอย่างต่ำ 3 - 4 รอบ จะเก็ทไอเดียได้ง่ายและจำนานขึ้นใจค่ะ



 
          สำหรับเรื่องสถานที่อ่านหนังสือ รุ่นพี่ก็มีแนะนำไว้เหมือนกันว่า ถ้าอ่านไม่รู้เรื่อง ไม่มีสมาธิ ควรเปลี่ยนสถานที่ไปลองอ่านในที่ใหม่ๆ บ้าง (เคยมีงานวิจัยบอกว่าเป็นการสร้างความท้าทายให้สมองเล็กๆ) ยิ่งถ้าไปอ่านในหอสมุด ที่รวมคนขยันไว้เยอะๆ จะยิ่งมีแรงแอคทีฟตัวเองเลยค่ะ

Step 5 ยึดทฤษฎีความสำเร็จ
          ก่อนที่เราจะประสบความสำเร็จ ความเชื่อเป็นสิ่งสำคัญมาก! น้องๆ เคยได้ยินทฤษฎีความสำเร็จของ McClelland มั้ยคะ คนที่มีแรงจูงใจในความสำเร็จสูง มักจะเป็นคนที่ชอบลุยงานเต็มความสามารถ ชอบอะไรก็จะรู้สึกว่าสิ่งนั้นน่าสนใจ น่าท้าทายให้ลองจนประสบความสำเร็จในการทำงานนั้น น้องๆ เด็กซิ่วก็เหมือนกันค่ะ การซิ่วของเราอาจจะยากลำบาก เจอสิ่งที่ทำให้กดดันบ้าง แต่ตราบใดที่เราไม่สูญเสียความมั่นใจ ไม่ดูถูกตัวเอง เราจะเป็นเด็กซิ่วที่ประสบความสำเร็จแน่นอน

          วิธีสุดท้ายคงต้องสะกดจิตตัวเองบ่อยๆ ซะแล้ว ลองดูค่ะว่า Step เหล่านี้ ใช้ได้ผลจริงๆ รึเปล่า จากที่พี่เมก้าเคยคุยกับเพื่อนๆ น้องๆ เด็กซิ่วหลายๆ คน ส่วนใหญ่บอกว่าการเตรียมตัวคล้ายๆ ตอนอยู่ ม.6 แล้วสอบเข้ามหา'ลัยเลยค่ะ เพียงแต่ว่าเราสามารถปรับเทคนิคต่างๆ ไปได้ตามประสบการณ์และความถนัดของแต่ละคน ถ้าน้องๆ อยากจะแชร์ความสุขร่วมกัน ก็เข้ามาแนะนำ Step สู่ความสำเร็จในแบบของตัวเองได้นะค
รายละเอียดไฟล์แนบ
กล่องตอบกลับด่วน

สามารถอัพโหลดไฟล์แนบ สำหรับโพสได้
ถาม/ตอบ
ประเทศไทยมีกี่จังหวัด(รวมจังหวัดบึงกาฬ)กรอกเฉพาะตัวเลข คำตอบคือ:77
กด "Ctrl+Enter" เพื่อตั้งกระทู้ได้